ต้นกำเนิดแห่งภูกามยาว
ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 1702 พ่อขุนลาวเงิน ได้สร้างอาณาจักรโยนกเชียงแสนขึ้นใหม่ และมีราชบุตรนามว่า พ่อขุนศรีจอมธรรม ซึ่งต่อมาได้ทรงมาสร้างเมืองภูกามยาว (พะเยา) ในชัยภูมิที่อุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขาทางทิศตะวันตกของกว๊านพะเยา โดยขุดคูเมืองเป็นรูปคล้ายน้ำเต้า และสถาปนานามเมืองตามสัตว์ที่พบในขณะนั้นว่า "สิงหราช"
พระราชประวัติพญางำเมือง
พญางำเมือง ทรงเป็นโอรสของพญามิ่งเมือง ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 1781 เมื่อพระชนมายุได้ 14 พรรษา ทรงได้ไปศึกษาศิลปะวิทยาการ ณ สำนักอิสิตนที่ภูเขาดอยด้วน ทรงศึกษาอยู่สองปีจึงมีความเชี่ยวชาญ และเมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษา ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่สำนักสุกทันตฤาษี กรุงละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งที่นี่เองที่พระองค์ได้ทรงเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช แห่งกรุงสุโขทัย
"แดดก็บ่อร้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้บดก็บด จักให้แดดก็แดด"
— ที่มาของพระนาม "งำเมือง"เมื่อปี พ.ศ. 1801 พญามิ่งเมืองสวรรคต พญางำเมืองจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อมา พระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ จนเป็นที่มาของนาม "งำเมือง" เนื่องจากเล่าขานกันว่า เมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน ท้องฟ้าที่แดดจ้าจะกลับกลายเป็นร่มครึ้มด้วยก้อนเมฆทันที
สัมพันธไมตรีสามกษัตริย์
พญางำเมืองทรงเป็นพระสหายสนิทกับพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพญามังรายมหาราช ทั้งสามพระองค์ได้ทรงกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานเป็นพี่น้องกัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำอิง (ซึ่งภายหลังเรียกว่าแม่น้ำขุน) เพื่อร่วมกันป้องกันการรุกรานจากข้าศึกและสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่แผ่นดินล้านนาและสุโขทัย
บั้นปลายพระชนม์ชีพ
ในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ พญางำเมืองได้มอบหมายให้พญาคำแดงราชบุตรปกครองบ้านเมืองแทน ส่วนพระองค์ได้ทรงไปประทับพักผ่อนที่เมืองงาว จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 1841 รวมสิริพระชนมายุได้ 60 พรรษา ทรงทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมและความรักชาติไว้ให้แก่ลูกหลานชาวพะเยาสืบไป
อ้างอิงเนื้อหาจาก: เอกสารประวัติพญางำเมือง ค่ายพญางำเมือง และพงศาวดารนครพะเยา