ตราสัญลักษณ์ กก.ตชด.32

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32

Border Patrol Police Sub-Division 32

พญางำเมือง

พญางำเมือง

มหาราชผู้ทรงอิทธิฤทธิ์แห่งนครภูกามยาว

ต้นกำเนิดแห่งภูกามยาว

ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 1702 พ่อขุนลาวเงิน ได้สร้างอาณาจักรโยนกเชียงแสนขึ้นใหม่ และมีราชบุตรนามว่า พ่อขุนศรีจอมธรรม ซึ่งต่อมาได้ทรงมาสร้างเมืองภูกามยาว (พะเยา) ในชัยภูมิที่อุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขาทางทิศตะวันตกของกว๊านพะเยา โดยขุดคูเมืองเป็นรูปคล้ายน้ำเต้า และสถาปนานามเมืองตามสัตว์ที่พบในขณะนั้นว่า "สิงหราช"

พระราชประวัติพญางำเมือง

พญางำเมือง ทรงเป็นโอรสของพญามิ่งเมือง ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 1781 เมื่อพระชนมายุได้ 14 พรรษา ทรงได้ไปศึกษาศิลปะวิทยาการ ณ สำนักอิสิตนที่ภูเขาดอยด้วน ทรงศึกษาอยู่สองปีจึงมีความเชี่ยวชาญ และเมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษา ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่สำนักสุกทันตฤาษี กรุงละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งที่นี่เองที่พระองค์ได้ทรงเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช แห่งกรุงสุโขทัย

"แดดก็บ่อร้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้บดก็บด จักให้แดดก็แดด"

— ที่มาของพระนาม "งำเมือง"

เมื่อปี พ.ศ. 1801 พญามิ่งเมืองสวรรคต พญางำเมืองจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อมา พระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ จนเป็นที่มาของนาม "งำเมือง" เนื่องจากเล่าขานกันว่า เมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน ท้องฟ้าที่แดดจ้าจะกลับกลายเป็นร่มครึ้มด้วยก้อนเมฆทันที

สัมพันธไมตรีสามกษัตริย์

พญางำเมืองทรงเป็นพระสหายสนิทกับพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพญามังรายมหาราช ทั้งสามพระองค์ได้ทรงกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานเป็นพี่น้องกัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำอิง (ซึ่งภายหลังเรียกว่าแม่น้ำขุน) เพื่อร่วมกันป้องกันการรุกรานจากข้าศึกและสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่แผ่นดินล้านนาและสุโขทัย

บั้นปลายพระชนม์ชีพ

ในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ พญางำเมืองได้มอบหมายให้พญาคำแดงราชบุตรปกครองบ้านเมืองแทน ส่วนพระองค์ได้ทรงไปประทับพักผ่อนที่เมืองงาว จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 1841 รวมสิริพระชนมายุได้ 60 พรรษา ทรงทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมและความรักชาติไว้ให้แก่ลูกหลานชาวพะเยาสืบไป

อ้างอิงเนื้อหาจาก: เอกสารประวัติพญางำเมือง ค่ายพญางำเมือง และพงศาวดารนครพะเยา